การใช้ยา “พารา”

โดย อาจารย์ทิพวรรณ โชติสิงห์

ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บ ช่างสรรหาวิธีแปลกๆ ใหม่ๆ มาเยี่ยมมนุษย์เราอยู่เสมอ ไม่ได้เว้น ทั้งเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ หญิง ชาย จนเราต้องตามแก้ไม่รู้จักจบสิ้น แต่ก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะไล่ตามทันอยู่ดี ดังนั้นทางที่ดีที่สุด คือ รู้จักรักษาสุขภาพอนามัย ร่างกายของเราให้แข็งแรงสมคำที่ว่า “ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” กันดีกว่า

แต่เมื่อคนเรามีเรื่องต้องคิดและมีงานต้องทำมันก็ต้องมีเรื่องปวดหัวตามมาพร้อมกับอาการตัวร้อน เป็นไข้เมื่อนั้นแหละ….. คนส่วนใหญ่จะนึกถึงยาและต้องเป็น “พาราเซตามอล” ซึ่งเป็นยาที่ฮิตติดปากมากที่สุดในขณะนี้ เพราะมีประสิทธิภาพในการลดไข้บรรเทาปวด ปวดศรีษะ ปวดฟัน ปวดประจำเดือน ปวดแผลหลังผ่าตัด โดยไม่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร นับเป็นยาที่เหมาะแก่การใช้ประจำตัวได้ทุกสถานการณ์จริงๆ แต่ยาก็คือยา ย่อมมีโทษได้ถ้าใช้ไม่เป็น ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติทุกครั้งที่ใช้พาราเซตามอล

  • ห้ามใช้ติดต่อกันนานเกิน 5 วัน เนื่องจากมีพิษต่อตับได้
  • หยุดใช้ยาทันทีเมื่อมีอาการแพ้ เช่นผื่นขึ้นแดงตาม
  • ไม่ควรใช้นี้ในผู้ที่เป็นโรคบางชนิด เช่นโรคพิษสุราเรื้อรัง

    สำหรับขนาดยาที่จะกินนั้น เด็กและผู้ใหญ่จะแตกต่างกัน

ชนิดเม็ด 500 มิลลิกรัม กินทุก 4-6 ชั่วโมง

ผู้ใหญ่ 1- 2 เม็ด

เด็ก 6 -12 ปี 1/2 - 1 เม็ด

เด็ก 3 - 6 ปี 1/4 - 1/2เม็ด

ชนิดน้ำ 1 ช้อนชา กินทุก 4-6 ชั่วโมง

เด็ก 3 - 6 ปี 1 ช้อนชา

เด็ก 1 - 3 ปี 1/2- 1 ช้อนชา

เด็กต่ำกว่า 1 ปี 1/2ช้อนชา

ยาไม่ใช่ขนมที่เราจะกินอย่างไรก็ได้โดยไม่มีกฎเกณฑ์กติกาไม่ถูกวิธีหรือขนาด ก่อเกิดโทษมหันต์แก่ร่างกายถึงขั้นตายได